มากิน มาเที่ยว ฉบับภูเก็ต

ทริปนี้ เรามีความชัดเจนในแบบเราๆ จริงๆก็คงเหมือนไม่ต่างกับเพื่อนๆ เพราะมาเที่ยวครั้งนี้เน้นกิน-เที่ยวเล่น-ถ่ายรูปภาพสวยๆ ในมุมที่ชอบและอยากเก็บความทรงจำอีก 1 ทริปนี้ไว้

วันแรกมาถึงภูเก็ตแบบยามค่ำคืน ด้วยสายการบิน airasia ลงมาถึงประมาณ  2 ทุ่ม อย่างแรกที่ทำคือ หารถที่ได้นัดเช่าไว้ตลอดการเดินทาง 3 วัน ออกมาก็เจอเพียบ หลายบริษัทมากๆ แต่ก็ใช้เวลาไม่นาน บริษัทที่เราเช่าไว้ก็มาาา พี่ๆน่ารักมาก บอกทางไปรีสอร์ทละเอียดมากคะ ^ ^

ปลายทางที่พัก เราคือ หาดกมลา ที่พักชื่อ "The Bell Phuket" ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีได้คะ จากสนามบิน เพราะเราเองก็ไม่ชินเส้นทางเท่าไหร่นัก จึงไม่ได้ใช้ความเร็วนัก เพื่อนร่วมเดินทางก็เยียบสัก 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เห็นจะได้

เมื่อถึงที่หมาย The Bell ก็รีบเข้าไปดูห้องพัก ว่าได้ดั่งใจหมายอะป่าว นิดเนอะเพราะเดินทางมาไกล  ก็ต้อง "ว้าว" ห้องพักดูดีมีตระกูล 555+ เป็นส่วนตัวมั๊กๆ 

1 คืน ที่ภูเก็ตกำลังจะหมดลง เมื่อเราลงนอนบนเตียงนุ่มๆ ที่ห้อง ไม่ถึง 5 นาทีก็น่าจะฝันดีกันไปตามๆกัน ตื่นมาอีกทีก็เช้าตรู่ พร้อมอาหารเช้าแบบเน้นๆโปรตีน ชอบคะ เที่ยวทีไหร่ขอบอกดังๆ ว่า"เน้นอาหารเช้า"มาก 

วันแรกของฉบับภูเก็ตนี้ เรื่องอาหารการกินเรา พร้อมใจกันฝากท้องไว้ที่ the bell กินเช้า & กินกลางวัน วางแผนกันไว้ว่าจะออกตระเวน ท่องภูเก็ตก็คงเป็นหลังมื้อกลางวัน เป็นต้นไป อาหารเช้าว่าจัดหนักกันแล้ว เจอกลางวันก็หนักอีก แต่สบายมาก กินเรียบไม่เหลือให้ทานกันถูกว่าจานนี้ คืออะไรกันเนี่ย 

ขอบอกว่าไม่ต้อง เน้นว่าถ้าครอบครัวไหนพาตัวเล็กไปด้วยระก็ ขอแนะนำว่าสั่งเมนูที่ กินเป็นตัวอย่างและถ่ายภาพมาฝากกันในทริปนี้นะคะ เพราะผู้ใหญ่ทริปนี้ กินรสจัด จะมีก็แกงมัสมั่นน่องไก่ (Massaman Curry) เนี่ยน่าจะเผ็ดน้อยสุดระ 

อีกจานก็ "ปลาสำลี นึ่งมะนาว" รสชาติแสดงออกมาด้วยสีสันของจานนี้เลย ชัดเจนมากว่า "จัดจ้าน" ครบทุกรสชาติ เปรี้ยว-เผ็ด-หวาน ส่วนความหวานเป็นของน้้ำที่ได้จากการนึ่งปลาที่สดๆ ปลาลำลีจัดอยู่ในปลาทะเลกระดูกแข็ง ส่วนตัวก็ชอบกินปลาประเภทนี้มาก รวมถึงปลากะพง ก็จัดอยู่ในตระกูลปลาเดียวกับ "ปลาลำลี" เช่นกัน

จานล่างมุมซ้ายนี้ สีสันก็ไม่แพ้กัน "กุ้งซอสมะขาม" เมนูนี้บอกตรงๆว่าไม่ค่อยมีโอกาสได้สั่งเท่าไหร่ มักจะสั่งพวกต้มยำกุ้งมากกว่า แต่ได้มาลองก็ โอเชนะคะ จานนี้หนักไปทางหวานมากกว่าเปรี้ยว ใครชอบจัดกันไปถ้าได้แวะไปเที่ยวที่ the bell

ของคาวเมนูแนะนำสุดท้าย ขอต้อนรับ "ซุปกุ้งใหญ่" (ขอยกนิ้วให้เมนูนี้) ครบทุกรสความเป็นต้มยำที่ลงตัวมากๆคะ แต่เด็กเมนูนี้ทานไม่ได้อีกเช่นกัน มันเผ็ดระดับปานกลางไปทางมากเล็กน้อย

เมื่ออิ่มท้องด้วย"อาหารคาว" แน่นอนว่าขาดกันไม่ได้ "อาหารหวาน" ที่นี่ถือว่าของหวาน อร่อยมากๆคะ ยกนิ้วให้เลย เมนูที่สั่ง ปกติโดยส่วนตัวไม่กินขนมหวานเท่าไหร่นัก นอกจากร้านประจำที่คุ้นเคยรสชาติกันอยู่ ก็มีไปแวะกินบ้าง แต่ถือว่าน้อยฝุดๆ

หวานเมนูแรก ขอแนะนำคะ ว่าใครไปเที่ยว ต้องสั่ง "ช็อกโกแลตฟองดูว์" (Chocolate Fondue) จิ้มสตอเบอร์รี่ ลงไปในช็อกโกแลต อืมมันช่างลงตัวมาก เพราะความเปรี้ยวของสตอเบอร์รี่กับความหวานเข้มมันของช็อกโกเลต เข้าปากแล้วระก็....

ไอศครีมสตอเบอร์รี่ปั่นพร้อมน้ำแข็ง แก้วนี้ ทำเอาเสียวฟันไปเลย เกล็ดน้ำแข็งปั่นผสมกับสตอเบอร์รี่ อาร่อยมากๆ เมนูนี้ตั้งใจว่าจะมาลองปั่นกินเองที่บ้านในช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้ระ จริงๆมีอีก 1 เมนูไปลองทำกันได้ เหมาะกับเทศกาลคือ น้ำผลไม้กล่องสัปปะรดของมาลี ผสมกับ แสงโสม (บรั่นดี) พร้อมใส่น้ำแข็งลงบนเครื่องปั่นน้ำผลไม้ เมนูง่ายๆ ลองไปทำกันดูคะ วัสดุดิบหาได้ง่ายๆอยู่แล้วด้วย

แก้งส์หลอกเด็กเจอแล้ว แถมยังมีอุปกรณ์เครื่อง note มาเปิดการ์ตูนให้หนูปันๆ อีกด้วย จ้องตาไม่กระพริบเลย

แวะมาเยือน ภูเก็ต ครั้งนี้ต้องบอกว่า ต่างจากครั้งแรกที่มาเมื่อประมาณ 8 ปี ที่แล้วกับครอบครัวเล็กๆของเรามากๆคะ เพราะครั้งแรกที่มาเที่ยวภูเก็ต ก็มุ่งไปแต่หาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหาดกะตะ หาดกะรน หาดป่าตอง เก็บไป 3 หาด ก็เลยเก็บดภาพที่มีแต่ทะเล และก็ดำน้ำ ตลอดทริป

แต่ครั้งนี้เรียกได้ว่า ไม่ได้เล่นทะเล เจอแต่หาดต่างๆ และดูพระอาทิตย์ตกดิน และที่ ไฮล์ไลน์ ก็คงเป็นการมาเที่ยวกินเล่น ถ่ายภาพ แบบชิวๆ อย่างวันแรกที่แวะเข้าเมืองมาก็ตามหา "ถนนดีบุก" ตั้งใจจะไปกินของดีของแปลก ประจำจังหวัด มันมีชื่อว่า "โอ๊วเอ๋ว" ถือเป็นเมนูของหวาน ลักษณะเหมือนวุ้น แต่รสชาติเป็นเช่นไร บอกไม่ได้เลยจริงๆ เพราะมัวแต่หาทางไปถนนดีบุกหลงไปหลงมา จนพอเจอร้าน ร้านก็ปิดเสียแล้ว เศร้าซึมกันไปเลย

กลายเป็นเริ่มกินจานแรก ในเมืองภูเก็ต เป็นของคาว ที่"ร้านลกเที้ยน" ตั้งใจว่าจะแบ่งๆกันกินสั่งมา 1 จานพอ แต่พอมันเข้าปากประกอบกับปริมาณต่อจานมันนิดเดียว ก็เลยลองสั่งมากินกันอีกจาน รวมจัดไป 2 จาน จานแรกชอบกว่าจานสอง

จานแรก : หมี่น้ำกุ้งและน้ำซุป (แห้ง) 

จานสอง : บี้หุ้นกระดูกหมู (มันคือเส้นหมี่)

เมนูเครื่องดื่มร้านโดดเด่นก็ตรงถั่วเหลืองบด นี่ระคะ ชื่อร้านโกปี้เตียม เป็นแบบฉบับจีนฮกเกี้ยน  เลือกสั่งกันตามใจชอบไม่ว่าจะเป็น โกบี้อูเล้ง (กาแฟนม),โกบี้ช้าม (กาแฟ+ชา),นมถั่วเหลืองคั่วบด เป็นต้น ถือเป็นเมนูเครื่องดื่มที่น่าสนใจมากคะ ใครแวะไปเยือนภูเก็ตไปลองกันดูนะคะ

หลังจากอิ่มกลับเครื่องดื่มแล้วเราก็เดินต่อไปเรื่อยๆ มาแวะซื้อเสื้อ "ร้านหนนหลาง" จัดไป 1 ตัวตามระเบียบ เป็นร้านขายเสื้อยืดสีสันสดใจ จากนั้นก็เดินเก็บภาพมาเรือ่ยๆ แอบถ่ายเก็บไว้อีกสิ่งคือ รถ 2 แถวสีชมพู น่ารักมากๆอะ ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบนี้ทั้งจังหวัดภูเก็ตหรือเปล่านะคะ หรือแค่คันนี้ก็ไม่แน่ใจ

เป็นการเดินระยะที่ไกลพอสมควร แต่ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยเลย อาจเป็นเพราะหลายๆอย่างประกอบกัน รวมถึงบรรยากาศในเมืองภูเก็ต ดูเป็นเมืองเก่าที่คงความโดดเด่นและสวยงาม ควรแก่การเก็บภาพไว้มากๆ ส่วนตัวแล้วชอบมาก อิอิ อยากจะมาอีก

เมืองภูเก็ต ถือได้ว่ามีเสน่ห์ กับนักท่องเที่ยว ทั้งประเทศไทยเองหรือคนต่างชาติก็ตาม เพราะตลอดทางที่เดินมา ก็เห็นทั้งไทยและเทศ เต็มไปหมดและที่มีเหมือนๆกันคือถือกล้องถ่ายกัน ตลอดทาง สมกับคำขวัญของจังหวัดที่ว่า "ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแซ่ม"

พอตกเย็น ท้องก็ร้อง รู้งานมากวามื้อเย็นนี้ทางโรงแรม the bell จัดหนักเป็นมื้อ dinner ซีฟู้ดปิ้งย่าง สไตล์บาร์บีคิว แบบยกพลขึ้นบกกันเลย ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึก-ปลาลำสี-กุ้งมังกร-ปลาแซลมอน-หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์-ผักรวมและเห็ดเข็มทอง-ไส้กรอกหมูรมควัน

ได้เวลาของ  chef ของ the bell ที่จัดมาให้เรา ดูวัสดุดิบก่อนปิ้งย่างกัน เห็นได้ว่าอุดมไปด้วยเครื่องเทศ ที่หมัก ไม่ว่าจะเป็น พริกไทย กระเทียม เกลือ น้ำมันมะกอก ซอสหอยนางรม คงน่าจะมีอย่างอื่นอีก แต่จากที่พี่ chef บอกเราจำได้แค่นี้ 555+

เมื่อครบองค์ประชุม ก็เริ่มกินกันอย่าง "เมามัน" รสชาติของอาหารนอกจากความสด ที่มีส่งผลให้ความหวาน-มันของกุ้ง โดดเด่นมาก ก็เกินอาการไม่สุภาพของ เพื่อนร่วมโต๊ะกันขึ้น อิอิ เนื้อปลา เนื้อปลาหมึก และปลาแซลมอน มันสดมากๆอยู่แล้ว ประกอบกับการหมักที่มืออาชีพของ chef และ "น้ำจิ้ม" ก็ทำให้มื้อ  dinner นี้ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

หลังจากอิ่มมาก ก็เข้า concept หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน จริงๆด้วย แต่ก็อดมะได้กิจกรรมก่อนนอน upload แชร์ภาพอาหารและบรรยากาศที่เก็บมาไว้ตลอดวันที่ตัวเมืองผ่าน social  media ของกล้อง s4 zoom (IG,FB) ส่วน wifi ที่รีสอร์ท นี่รื่นไหลเร็วมากๆ 


Dinner บาร์บีคิวซีฟู้ด ที่ THE BELL PHUKET

ตื่นมาเช้าวันกลับ กทม กันแล้ว ทาง "the bell" ก็ยังคงจัดเป็น set อาหารเช้า ชุดใหญ่เหมือนเดิม แต่เช้านี้เราเปลี่ยนเมนูจากแบบฝรั่งมาเป็น ไทยๆ กันบ้าง เพราะการสั่ง set อาหารเช้าทาง รีสอร์ทเค้ามีให้เราระบุไว้เลยโดยมีให้เลือกสั่งแบบเยอะมากๆคะ เช่นถ้าประเภทไข่ ก็มีตั้งแต่ ไข่ดาว-ไข่ลวก-ไข่ต้ม-ออมเลต ส่วนงานหลัก (main couse) ก็มีครบจะแบบฝรั่งก็พวก แฮม เบคอน ไส้กรอก หรือ ข้าาวต้ม-โจ๊ก หรือ "ข้าวผัดหมู" เบสิคเมนูแบบอร่อยๆก็ต้องยกให้จานนี้ไปเลย 

ผลไม้ก็มีให้เลือกสรร ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม ส้มโอ ฝรั่ง ขนุน มะม่วง และผลไม้ตามฤดูกาล ก็มีให้ครบทุกสิ่ง อิ่มจากมื้อเช้าก็เตรียมคิดไว้ว่าวันสุดท้ายของภูเก็ตนี้ เราจะไปหาร้านอาหารทะเลท้องถิ่นจัดไปเสียหน่อย ทำการบ้านไว้ร้านอาหารทะเลเยอะๆอยู่หาดราไวย์ แน่นอนคะว่าต้องไปเยือน ว่าแล้วก็เตรียมเก็บของแล้ว เช็คอินเตรียมออกเดินทางสู่...หาดราไวย์...

จากที่พัก "the bell" ตั้งอยู่หาดกมลา เดินทางไปหาดราไวย์ ก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นักประมาณ  30 นาที น่าจะได้อยู่ นำทางด้วย GPS ใช้บริการ google map ของกล้องเรา เป็นทั้งกล้องและ GPS "SAMSUNG S4 ZOOM" เรานี่ระ แล้วก็ถึงร้านอาหารที่อยากลองแวะมา จอดรถแล้วก็เดินเข้าไปเพราะร้านไม่ได้อยู่ริมถนน ต้องเดินเข้าไปในซอย ระหว่างทางมีร้านอาหารขายของสดตลอดข้างล่าง

ร้านมุกดี ท่าเลียบเรือ หาดราไวย์

มากิน มาเที่ยว ฉบับภูเก็ตนี้ เรามาปิดท้ายที่ร้านมุกดี หาดราไวย์ แต่จริงๆแล้ว ยังมีอีกหลายร้านที่ทำการบ้านไว้ แต่ยังไม่มีโอกาสได้แวะไปลอง ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสคงต้องจัดไปอีก 1-2 ครั้งสำหรับร้านอาหาร,รีสอร์ท และสถานที่สำคัญๆของภูเก็ต ที่มีอีกมากมายที่น่าสนใจ หากใครได้แวะไปร้านนี้ เราขอแนะนำเมนูต้มยำน้ำใส ทีเด็ดจริงๆ ส่วนเมนูอื่นๆตามใจชอบกันเลย เพราะร้านนี้เค้ามี concept ให้ไปซื้อของสดมาแล้วมาสั่งทำที่ร้าน ทางร้านก็จะคิดค่าทำอาหาร ซึ่งเราคิดว่าร้านบริเวณท่าเลียบเรือ น่าจะให้บริการแบบนี้กันหมด ^ ^

อิ่มแล้วก็เตรียมนั่งรถ avanza ออกจากหาดราไวย์ แล้วก็มีแวะถ่ายภาพปิดท้ายที่"หาดบางเทา" ก่อนกลับไปทำงานเข้าสู่โหมดชีวิตทำงานทำหน้าที่มนุษย์เงินเดือน  555+ 

ได้เวลาเตรียมตัวกลับกทม ก่อนเข้าสนามบินก็นัดส่งรถคืนที่เช่ามาของบริษัท phuket thailand travel พอจัดการเรื่องรถเสร็จก็รีบเข้าสนามบิน รอบินกลับ fight 21.00 น.ของ aisasia 

ทริปนี้ก็หมดลงด้วย ความสุข ความสนุก ความอิ่ม-อร่อย เต็มท้องตลอดการเดินทาง 13 -15 กันยยน  2556 ไว้เจอกันใหม่