THE BELL  POOL VILLA RESORT PHUKET 

VILLA แบบส่วนตัว ในวันสุดแสนสบาย ของครอบครัว

ZHONG  LOUNGE&RESTAURANT 

  ร้านน่านั่งในบรรยากาศสุดชิลค์ 

start...

ครอบครัวเล็กๆกับการเดินทางครั้งใหม่ กับ Magazine เล่มเล็กฉบับน่าพก ที่จะพาคุณๆเที่ยวไปพร้อมกันกับเรา เชิญมาครื้นเครง แบบเท้งเต้งกับเด็กยักษ์และครอบครัว ONE22 กันได้เลย 

สนใจเรื่องราวท่องเที่ยวแบบชิดติดขอบเชิญมาทำความรู้จักกันได้ที่นี่เลย

www.facebook.com/likeone22

สวัสดีครับ 

กลับมาเจอกันอีกครั้งใน 3-2 ฉบับใหม่ หนก่อนผมพาไปขึ้นเขาชมวิวกันที่เขาใหญ่กัน หนนี้จะพาทุกๆคน เที่ยวทะเลใต้ที่ใครๆก็คงรู้จักกันดี อย่าง "ภูเก็ต" เมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่ติดใจของใครหลายๆคน

วันนี้เด็กยักษ์ และครอบครัว one22 จะพาไปเที่ยว พาชิม พาชม ในที่พักสบายๆ ในบูทีครีสอร์ท แสนงาม ในแบบ Villa ที่เหมาะกับครอบครัวที่อยากมาสนุกสนานกันในแบบ Family กัน และจะพาไปเที่ยวพาชมที่เที่ยวในเมืองภูเก็ตกันนะครับ ตามเด็กยักษ์กันให้ดีๆ

การเดินทางมา The bell ขับรถจากสนามบินประมาณ 45 นาทีอยู่ในบริเวณหาดกมลา ไม่ไกลจาก Phuket Fantasia 

ต้องบอกกันก่อนว่าที่นี่ไม่ได้เน้นวิวทะเลนะครับ แต่ที่เค้าให้ความสำคัญคือการมาพักผ่อนกับครอบครัวกลุ่มใหญ่หรืออย่างๆน้อยๆก็ 4 คนขึ้นไปในความสะดวกสบายของ Villa ส่วนตัว มีสระว่ายน้ำพร้อม ทุกๆห้องจริงเป็น Type Pool Villa ทั้งหมด อ่ะเด่วติดตามต่อด้านในดีกว่าครับ ตอนนี้มาเริ่มต้นนับหนึ่งการเดินทางกันที่สุวรรณภูมิกับเด็กยักษ์กันต่อก่อนนะครับ

เด็กยักษ์ดูลั้นลาสุดๆเลย คึกคักแต่เช้าพอบอกจะพาไปขึ้นเครื่องบินจูงมือแม่ไปพูดอยู่แค่ว่า "จะเอาเครื่องบิน" ทำเอาแม่จ๋าตุปัดตุเป๋ โดนลากไปตลอดทาง

 เริ่ม Start กันก่อน หนนี้ได้โปรดีๆจาก Thai Airway สายการบินไทย รักคุณเท่าฟ้า ทำให้ทริบนี้เราบินกัน Hiso จากสนามบินสุวรรณภูมิ ดิ่งตรงไปภูเก็ต สนามบินสุวรรณภูมิยังใหญ่โตเหมือนเดิม มากี่ทีก็ยังอดภูมิใจไม่ได้กับที่นี่ เสียอย่างเดียวครับไกลบ้านเราเกินไปนิดมีลุ้น ยิ่งหากเป็นเวลาเร่งด่วนด้วยแล้ว

ครอบครัวเราไม่ได้มาขึ้นเครื่องที่นี่นานแล้วครับตั้งแต่ Lowcost ทั้งหลายย้ายไปพำนักที่ ดอนเมือง ทำให้การมากันรอบนี้ เด็กยักษ์ดูวิ่งซนไปทั่วเลยเหมือนๆจะคิดถึงก็ไม่ปาน

วิ่งไล่วิ่งตามจนทั่วสนามบินดีก็ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว
อยากบอกวิธีที่บ้านเราใช้กับเด็กยักษ์เวลาขึ้นเครื่องไว้เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย คือเตรียมนมเตรียม น้ำกันให้ดี เมื่อไหร่ที่เครื่อง Takeoff ออกจากรันเวย์ ให้คุณแม่เสียบน้ำเสียบนมเข้าปากได้เลย การกลืนน้ำหรือเคี้ยวขนมจะช่วยให้สามารถปรับความดันในหูของเจ้าหนูไปพร้อมๆกันทำให้เด็กๆไม่ร้องระหว่างเครื่องขึ้นได้ 

หากไม่ใช้วิธีนี้ก็อาจจะต้องเหนื่อยกล่อมให้หลับก่อนเครื่องขึ้น ซึ่งอันหลังก็ค่อนข้างยากที่จะควบคุมได้ ซึ่งบ้านเราใช้วิธีทั้งหมดนี้มาตลอดก็ช่วยให้เจ้าเด็กยักษ์รอดพ้นจากการร้องโยเย ไม่ปวดหัวกับแม่จ๋ามาด้วยดี ยังไงลองดูกันนะครับ

THE BELL POOL VILLA RESORT PHUKET

รีสอร์ทสำหรับครอบครัวในสุดสัปดาห์แห่งการพักผ่อนของเรา

หลับมาตื่นนึงก็ถึง Resort กันแล้วละครับ
มาถึงพบการต้อนรับอย่างดีที่ห้องอาหาร ZHONG และเป็นจุด Check in ของรีสอร์ท   มาถึงก็มีพวงมาลัยมาคล้องคอพวกเราทุกคนด้วย เด็กยักษ์ ดูจะชอบเป็นพิเศษ หยิบจับมาดูใหญ่เลย
ถือเป็น First Impression สำหรับการมาพักครั้งนี้ทีเดียวครับ 

สำหรับ Type ที่เราเข้ามาพักจะเป็น (Luxury Private Pool Villa 3 Bed Room) ขนาดใหญ่ถึง 430 SQM

ด้วยขนาดที่ใหญ่โตมากเหมาะกับสมาชิกของทริบนี้จำนวน 5 คนและที่มันน่าตื่นเต้นตั้งแต่แรกเปิดประตูเข้าไปทันที

เข้ามาก็เจอสระน้ำส่วนตัวสมกับชื่อ TYPE ทั้งหมดว่า Pool Villa จริงๆ สระยาวมากกว่า 3เมตร สามารถว่ายน้ำกันได้ทั้งครอบครัว

สระน้ำที่นี่ว่ายสนุกมาก พวกเราสามารถเล่นร่วมกันได้ทุกคนยังได้สบายๆ หลังดูแม่ลูกเค้าเล่นกันพักใหญ่ผมก็จัดแจงเปลี่ยนชุดกระโดดตามไปติดๆครับ 

เป็นสระน้ำที่เหมาะสมกับครอบครัว เพื่อนฝูง ขนาดใหญ่ที่อยากมาสังสรรค์พักผ่อนกันอย่างเป็นส่วนตัวที่สุดครับ

รอบสระมีโต๊ะอาหารขนาดใหญ่นั่งได้ 6 ที่พร้อมเตาปิ้งย่างไว้ให้(ต้องแจ้งตั้งแต่จองนะครับว่าต้องการ) ภายในรอบๆก็มีต้นไม้ปลูกไว้ร่มรื่นสบายตาภายในรั้วรอบขอบชิดเป็นส่วนตัวสุดๆไปเลย

ห้องอาหารและห้องรับแขกก็อยู่ด้านข้างโต๊ะอาหารเดี๋ยวเราจะพาชมภายในที่ละห้องให้หายสงสัยกันครับว่ากว้างยาวเป็นยังไงแค่ไหน ป่ะ ตามมาดูกันต่อครับ

ก่อนจะว่ากันเป็นส่วนๆไปขอพูดถึงงานออกแบบที่นี่หน่อยครับ Villa ที่นี่ผสมผสานกันระหว่าง ไทย,จีน เป็น Thai Contempolary Stype ก็ว่าได้ใช้โครงสร้างของ "ระฆัง" มาใช้สมชื่อรีสอร์ทมีกลิ่นไอภายนอกแบบไทยประยุกต์เข้ากับเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบสไตล์จีน ด้วยสีสันออกแดง ทำให้เฟอร์นิเจอรสีเข้มทั้งหมดถูกขับให้เด่นด้วยผ้าและลวดลายจีนทั้งหลายส่วนตัวผมว่าลงตัวดีทีเดียวทำให้ห้องพักยังได้ Concept สมชื่อและไม่จืดเกินไปถ่ายภาพมาสวยงามดีครับ

ส่วนหลักของVilla ทั้งหมดคือ โซน Living Room ห้องรับแขกเป็นทีๆเรามาใช้บริการกันตลอดทั้งวัน เพราะมีครบทุกอย่าง ทั้งห้องครัว โต๊ะอาหารที่นั่งได้ 6 คนสบายๆ อุปกรณ์ทำครัวที่พร้อมสรร จานชาม ทุกอย่างทีครบเหมาะกับ Family สุดๆ ที่นี่มีให้จริงๆ
สำคัญที่ผมชอบสุดคือตรง โซฟารับแขกพร้อม LCD 40 นิ้ว,DVD ตรงโซฟาเนี่ยละที่ผมให้ชื่อไว้ว่ามันคือ "โซฟาดูดวิญญาณ" ด้วยความที่ใหญ่และสามารถนอนสบายๆ2คนร่างยักษ์ได้เลย มีหลายหนที่ผมกับเด็กยักษ์มานอนกลิ้งกันไปมาตรงนี้ คอนเฟริม์ได้เลยว่านอนสบายจริงๆ 

นอกจากห้องพักแบบที่ผมเข้าพักแล้วยังมีTYPE อื่นๆที่ต่างกันที่ขนาดรองรับจำนวนแขกมีตั้งแต่ 2 ,3 ,4 Villa และมีสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกแบบครับ ยืนยันว่าเหมาะกับทุก Size สำหรับครอบครัวจริงๆ

มาเริ่มกันที่ห้อง Master Bed Room กันครับ ห้องนี้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่หากเปิดประตูรีสอร์ทเข้ามาก็เจอห้องนี้ก่อน มีโต๊ะกินข้าววางอยู่ด้านหน้าห้อง อ่อทุกๆห้องผมลืมบอกไปมีห้องน้ำเป็นของตัวเองหมดอาจจะมีบาง ห้องที่ไม่ได้มีประตู Connection เข้าได้เลย เดี๋ยวจะพาไปดูทีละห้องแล้วกัน ครับ 

ห้องนี้ใหญ่สุดสำหรับ Villa เตียงเป็นแบบ King Size ขนาดใหญ่นอนกัน พ่อแม่ลูกได้สบายๆ 

ห้องนี้ก็ยังคง Concept หลักเอาไว้ที่การผสม ไทย จีนเข้าไว้ด้วยกันตัวโคมไฟทั้งหมดจะเป็นทรงระฆังโครงเหล็กชั้นในเป็นซับผ้าสีแดงไว้ เวลาใช้สีสันออกแดง ถ่ายรูปมาก็สวยงามดีครับ แต่เวลานั่งใช้จริงหากเราทำงานอะไรที่ต้องดูสีแท้ๆของงานอาจจะไม่เหมาะเพราะสีของโคมจะผสมเข้าไปด้วยได้  จริงๆผมว่าหากมาเที่ยวแล้วอย่าหอบงานอะไรมาให้พะรุงพะรังเลยครับ หากเป็นไปได้ ไหนๆอุตส่าห์มาถึงนี้ทั้งทีจริงไหมครับ

หลักๆผมว่าการตกแต่งที่ห้องนี้ได้ภาพรวมกันเช่นเดียวกับรีสอร์ทครับไม่หลุด Theme และ Concept แต่อย่างใด

ถัดมาที่ห้องพักแบบที่สองเป็นแบบ 2 Bedroom ห้องจะย่อลงมาจาก Master Bedroom สักหน่อยแต่การตกแต่งไม่ทิ้งกัน 

จุดเด่นๆห้องนี้ผมว่าอยู่ที่ขนาดของห้องน้ำครับที่มีขนาดถือเป็น 40%ของห้องเลย อุปกรณ์ทุกอย่างก็ครบครันทุกอย่าง สังเกตุได้ตามภาพเลยอ่อ ห้องนอนทุก Type จะมีอย่างนึงที่เหมือนกันนะครับคือไม่มี tv นะ เพราะจะไปอยู่ในห้อง LIving Room อย่างเดียว ใครที่ติด TV ละครแบบนอนอยู่บนเตียงแล้วหลับไปคา TV เห็นทีจะต้องย้ายตัวเองไปนอนบนโซฟากันแทนแล้วละ

ห้องสุดท้ายแล้วจะคล้ายๆกับห้องแบบที่ 2 เป็น 2 Bed Room เหมือนๆกันแต่มีจุดเด่นต่างที่ขนาดของห้อง เพราะห้องนี้จะใหญ่กว่าพอสมควรแต่การตกแต่งยังคง Concept ไว้อย่างเหนียวแน่น มีอุปกรณ์ใช้งานครบถ้วน และมีการใช้โคมไฟทรงระฆังเป็นแบบเดียวกัน

แต่ที่ต่างแน่นอนก็คือ ห้องน้ำครับเป็นแบบ ไม่มีประตู Connecting จากห้องนอนโดยตรงต้องเปิดประตูออกมาเพื่อเข้าห้องน้ำที่อยู่ติดกันแทน ยิ่งเวลาที่เราขึ้นจากสระมา สามารถเข้าห้องน้ำล้างตัวอาบน้ำได้เลยครับ

ห้องอาหาร ZHONG เป็นห้องอาหารประจำรีสอร์ท ที่ใครๆก็ต้องแวะมา

มาต่อกันที่ห้องอาหารกันต่อนะครับ

ห้องอาหาร Zhong เป็นห้องอาหารหลักของ The Bell การตกแต่งยึดแนวทางเดียวกันกับรีสอร์ท เน้นสไตล์ ไทยผสมจีน สีแดงยังเป็นสีหลักตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีดำในแบบจีน 

ยังใช้โคมไฟรูประฆังเป็นจุดเด่นของโคมไฟ ทั้งแบบแขวนและตั้งโต๊ะ ดูไปผมว่าสวยดีครับ 

ตรงผนังด้านในตกแต่งด้วยหน้ากากงิ้วจีนแขวนเรียงรายเต็มผนังยิ่งเสริมความเป็นจีนให้เด่นชัดขึ้นอีก ส่วนตัวผมว่าการตกแต่งที่นี่ ทำให้ภาพลักษณ์ The Bell ดูมีเอกลักษณ์ชัดเจน ผสมกันทั้งแบบไทย-จีน Contemporary ไม่หลุด Theme ดีครับ

มาดูอาหารกันบ้าง เห็นการตกแต่งสไตล์ของโรงแรมผมคิดแต่แรกว่าจะเป็นอาหารจีนเป็นหลักซะอีก แต่พอเอาเข้าจริงๆ จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่อาหารไทยครับ แบบไทยจ๋าๆเลย แถมมีเมนูหลากหลายดีทีเดียว มะมาเริ่มกันดู

เริ่มกันที่แกงไก่มัสมันสีสรรและรสชาติถือโอเครสชาติไทยๆเราเลย เห็นความใส่ใจว่าเป็นลูกค้าคนไทยจึงปรุงอาหารให้เข้มข้มแบบไทยๆ แถมยังตกแต่งสีสันจัดจ้านน่ารับประทานมากทีเดียว

ทั้งแกง ทั้งปลาทอดเสริฟพร้อมน้ำราดรสแซ่บมากๆอันนี้อยากให้ลองกันดู เพิ่มเติมด้วยทั้งผัด และข้าวสวย ที่ติดใจผมสุดคือกุ้งราดซอสมะขาม อันนี้อร่อยมากครับใครมาลองมาสั่งกันดูนะครับ

หลักๆเรื่องรสชาติถือว่าผ่านสบายๆ ผมเองเป็นคนกินง่าย อร่อยง่ายซะด้วยเลย Happy สุดๆเลย

ถนนดีบุก-ถลาง แวะชมและแชะเก็บภาพประทับใจ 

ทอดหน่องตะลุยเมืองเก่าย่าน กันต่อ....

มีโอกาสเข้าเมืองสมควรอย่างยิ่งที่จะแวะมาเดินกิน เที่ยว แชะเก็บภาพย่านเมืองเก่าของภูเก็ตแถวๆ ถนนดีบุก ถนนถลาง ถนนเยาวราชถนนกระบี่(แปลกไหมครับที่มาอยู่ภูเก็ต ^ ^)  ซอยรมณีย์ อันขึ้นชื่อของภูเก็ต 

ถนนเส้นเหล่านี้มีดีที่สถาปัตยกรรม สไตล์ ชิโน-โปรตุกิีสโบราณที่อยู่กับคนภูเก็ตมานับร้อยๆปีแล้ว อาคารกว่า

เก็บเอาประวัติคร่าวๆและที่มาของถนนเหล่านี้อันเป็นย่านการค้าสำคัญของเมืองเก่าย่านนี้มาบอกกัน

ในปี พ.ศ.2446 อาคารพาณิชย์สมัยใหม่ในยุคนั้นเริ่มก่อสร้างขึ้นบนถนนถลางเป็นอาคารคอนกรีตที่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของยุโรปผสมกับศิลปแบบจีน ที่เรียกว่าชิโนโปรตุกีส คำว่าชิโน หมายถึงคนจีน ส่วนโปรตุกีสหมายถึงโปรตุเกส ซึ่งเป็นรูปแบบอาคารที่นิยมก่อสร้างกันในปีนังและสิงคโปร์อาคารสไตล์ "ชิโน-โปรตุกีส” จึงเป็นการผสมผสานเอาความเป็นศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

พวกเราเดินมาจนถึงร้านโกปี้เตี่ยมร้านกาแฟผสมอาหารที่ขึ้นชื่อของย่านนี้ผมมาร้านนี้เกือบทุกครั้งที่แวะลงมาภูเก็ตด้วยเพราะติดใจตัว ผงถัวเหลืองที่ผสมน้ำชงหากินที่อื่นได้ยาก มาที่ไรจึงแวะมาซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากด้วยทุกครั้ง

สรุปกันซักนิด

สำหรับทริบนี้มีสิ่งที่ประทับใจที่สุดอยู่อย่างนึงคือการได้มีโอกาสอยู่รวมกันของมิตรสหายและครอบครัว One22.com ที่นานๆถึงจะมีโอกาสมารวมตัวได้กันสักที นอกจากพ่อแม่ลูกที่ขยันเดินทางเป็นประจำแล้ว

หนนี้มีรีวิวภาคสองที่สมาชิกในทริบที่ไปกันยินดีหยิบเรื่องราวที่ต่างมุมมองของผมออกไปโดยอาจจะเน้นกินมากซักหน่อยยังไงอีกซักพักคงได้วางแผงกันให้ได้ชมครับ โปรดติดตามกันต่อ

สำหรับ The Bell Resort Phuket แล้วถือว่าเป็นรีสอร์ทอีกแห่งที่ครอบครัวทั้งหลายหากมีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ตและอยากได้พื้นที่ส่วนตัวสำหรับการมาพักผ่อน และมีทุกอย่างครบครันก็ไม่ควรจะพลาดที่นี่ได้เลย ถึงแม้ทำเลจะไม่ติดทะเลทางรีสอร์ทก็รถรับส่งเป็นรอบให้สามารถสอบถามได้ตั้งแต่วันที่เข้าพักครับ ส่วนครอบครัวเราและพองเพื่อนร่วม Trip ที่มาด้วยกันก็ Happy กันถ้วนหน้าทั้งการบริการที่ใส่ใจ ห้องพักที่สวย และเตียงนอน หมอนนุ่มน่านั่งน่านอน แบบนี้เหมาะกับทุกครอบครัวทั้งเล็กและใหญ่ดีทีเดียว

ถือเป็นความประทับใจสำหรับครอบครัว one22 ทีอยากเอามาฝากกัน หวังว่าเด็กยักษ์และครอบครัว จะมีโอกาสกลับมาพาเที่ยวกันใหม่นะครับ ตรงนี้ต้องลากันแล้ว สวัสดีครับ